สาระน่ารู้ สู่อุทยานแห่งชาติ

ในปี 2518 นายสุรชาติ ชำนาญศิลป์ กำนันตำบลนายูง อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี ได้มีหนังสือเสนอกรมป่าไม้ว่า ได้ร่วมกับหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อด.2 สำรวจพื้นที่ป่าในท้องที่ตำบลนายูง ในเขตเทือกเขาภูพานแล้วปรากฏว่า มีสภาพทั่วไปคล้ายคลึงกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชลบุรี ผิดแผกก็เฉพาะบนสันเขาของตำบลนายูงนี้มีความสวยงาม และน้ำตกสวยงามกว่ามาก เหมาะที่จะปรับปรุงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ กรมป่าไม้จึงให้กองบำรุงส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจหาข้อมูลดังกล่าว ปรากฏว่า ป่าตำบลนายูงแห่งนี้อยู่ในเขต ป่าโครงการไม้กระยาเลยนายูง (อด.25) ตอนที่ 10 อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี ยังไม่เคยมีการทำไม้มาก่อน มีความสวยงามพอสมควร เห็นควรจัดเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในรูปของวนอุทยาน กรมป่าไม้จึงได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2518 โดยอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานป่าไม้จังหวัดอุดรธานี

เนื่องจากบริเวณป่าที่ดำเนินการจัดตั้งเป็นวนอุทยานยังไม่ได้มีการสำรวจพื้นที่โดยละเอียด กรมป่าไม้จึงได้ให้สำนักงานป่าไม้เขตอุดรธานีไปดำเนินการ ปรากฏว่า วนอุทยานนายูง-น้ำโสมอยู่ในเขตป่าโครงการไม้กระยาเลยกลางใหญ่ (อด.26) ตอนที่ 7 และตอนที่ 8 เขตอำเภอผือ จังหวัดอุดรธานี และป่าโครงการไม้กระยาเลยนายูง (อด.25) ตอนที่ 10 ตำบลนายูง อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาตินายูง-น้ำโสม มีเนื้อที่ประมาณ 20.98 ตารางกิโลเมตร จนถึงปี พ.ศ. 2528 ได้โอนงานวนอุทยานนายูง-น้ำโสมให้สำนักงานป่าไม้เขตอุดรธานีเป็นผู้ดูแล ถึงปี พ.ศ. 2532 จึงโอนงานให้อยู่ในความดูแลของกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้

ต่อมากรมป่าไม้ได้รับรายงานจากสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติว่า วนอุทยานนายูง-น้ำโสม และบริเวณพื้นที่ป่าใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์บางส่วนของป่าสงวนแห่งชาติป่าพรานพร้าว-แก้งไก้ ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเขาแก้ว-ดงปากชม และป่าสงวนแห่งชาติป่านายูง-น้ำโสม จังหวัดอุดรธานี เนื้อที่รวมประมาณ 215,000 ไร่ มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะแก่การศึกษาท่องเที่ยวของประชาชนทั่วไป สมควรจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงได้มีคำสั่งให้หัวหน้าวนอุทยานนายูง-น้ำโสม ไปดำเนินการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสมต่อไป